บทความ / ข่าว

ขอขอบคุณ สสส. ที่ให้โอกาสมูลนิธิสร้างเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ได้ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างโอกาสให้เด็กปฐมวัยกว่า 10,000 คน จากกว่า 10,000 ครอบครัว
12/10/2026 10:30

ขอขอบคุณ สสส. ที่ให้โอกาสมูลนิธิสร้างเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ได้ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างโอกาสให้เด็กปฐมวัยกว่า 10,000 คน จากกว่า 10,000 ครอบครัวในพื้นที่ชนบท ได้รับการดูแลและติดตามส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 60 ตำบล

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่จำนวนเด็กที่ได้รับการดูแล แต่คือการทำให้เรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลกันในชุมชน ผ่านการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เกือบ 10,000 คน ให้สามารถเยี่ยมบ้านคัดกรองพัฒนาการเด็กเบื้องต้นร่วมกับผู้ปกครองได้ ตลอดจนให้คำแนะนำและเสริมพลังใจผู้ปกครอง เมื่อพบเด็กที่มีความเสี่ยงพัฒนาการล่าช้า ก็สามารถประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


การทำงานลักษณะนี้ช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องเผชิญปัญหาพัฒนาการของลูกหลานเพียงลำพัง แต่มี อสม. และเครือข่ายในชุมชนเป็นเพื่อนร่วมดูแล ผู้ปกครองมีโอกาสเรียนรู้วิธีส่งเสริมพัฒนาการผ่านกิจวัตรในชีวิตประจำวัน เช่น การเล่น การพูดคุยกับเด็ก ขณะเดียวกัน การติดตามพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นพบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการให้ความช่วยเหลือ

 


เราเชื่อว่า จุดเริ่มต้นของชีวิตไม่ควรเป็นข้อจำกัดของอนาคต เพราะช่วงปฐมวัยเป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานการเรียนรู้ การคิดและตัดสินใจ การจัดการอารมณ์ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่วันนี้จึงไม่ใช่เพียงการช่วยให้เด็กผ่านช่วงวัยหนึ่งไปได้ แต่เป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็กเติบโตและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ในวันข้างหน้า


สิ่งสำคัญอีกประการคือ การทำงานนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้เด็กเป็นรายคนเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถของชุมชนในการดูแลเด็กอย่างต่อเนื่อง โดยมีครอบครัวเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ มี อสม. เป็นกำลังใกล้ชิดประชาชน และมีระบบบริการสุขภาพเป็นเครือข่ายสนับสนุน นี่คือการขยับจากการรอให้เด็กมีปัญหาแล้วจึงแก้ไข ไปสู่การดูแลเชิงรุกที่เฝ้าสังเกต ส่งเสริมพัฒนาการ และให้ความช่วยเหลือได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ


การลงทุนในเด็กปฐมวัยจึงเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพประชากรของประเทศในระยะยาว แม้ผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตจะต้องอาศัยเวลา แต่การที่เด็กนับหมื่นคนได้รับการดูแล ครอบครัวมีความรู้และกำลังใจเพิ่มขึ้น และชุมชนมีคนที่พร้อมร่วมดูแลเด็กมากขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้จริงในวันนี้ และเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอนาคต


ขอขอบคุณ สสส. อีกครั้ง ที่เชื่อมั่นและสนับสนุนการทำงานระดับชุมชน เพราะทุกครั้งที่เราทำให้เด็กคนหนึ่งได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เราไม่ได้กำลังช่วยเพียงเด็กคนหนึ่งหรือครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่กำลังร่วมกันสร้างโอกาสให้สังคมไทยมีประชากรที่มีศักยภาพมากขึ้นในวันข้างหน้า เพราะอนาคตของประเทศไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเด็กก้าวเข้าโรงเรียนหรือเข้าสู่วัยทำงาน แต่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่สังคมมองเห็นคุณค่าและไม่ปล่อยให้โอกาสในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กคนใดคนหนึ่งหลุดหายไป