บทความ / ข่าว

ส่งออกแม่บ้านสไตล์ฟิลิปปินส์
02/06/2017 07:29

เรื่อง: พงศธร สโรจธนาวุฒิ มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)

ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 2 มิถุนายน 2560 

ภาพ: ปกนิตยสาร The Atlantic

“โลล่า” อูโดเชีย โทมัส พูลิโด ถูกขายให้ครอบครัวทิซอนตอนอายุ 18 ทำงานเป็นคนรับใช้และคอยเลี้ยงดูลูกหลานนายจ้าง เมื่อทั้งครอบครัวพากันอพยพไปอเมริกา โลล่าก็ไม่ได้กลับบ้านเกิดที่ฟิลิปปินส์อีกเลยตลอดระยะเวลา 56 ปี และไม่เคยได้รับค่าจ้าง เรื่องราวของเธอถูกตีพิมพ์ลงในบทความ “My Family’s Slave” ในนิตยสารเดอะแอตแลนติก สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออกไลน์

ผู้อ่านชาวตะวันตกโจมตีผู้เขียนบทความ อเล็กซ์ ทิซอน ซึ่งเป็นนักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ และเป็นเด็กที่เติบโตโดยการเลี้ยงดูจากโลล่าว่าทำไมอเล็กซ์ไม่เข้าไปช่วยเหลือโลล่าให้เร็วกว่านี้ ปล่อยให้แม่ของตนซึ่งเป็นเจ้านายของโลล่ากดขี่ข่มเหงอยู่ได้ ขณะที่ผู้อ่านชาวฟิลิปปินส์มีความเห็นตรงข้าม พวกเขาบอกว่าชาวฟิลิปปินส์เข้าใจอเล็กซ์ วัฒนธรรมแม่บ้านหรือคนรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการส่งออกแรงงานมาก สถิติจาก International Labour Organization บอกว่าตัวเลขทางการของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศมีมากถึง 2.3 ล้านคน แต่ถ้ารวมผู้ไม่ได้จดทะเบียนใบแรงงานถูกต้อง จะมีมากถึง 10 ล้านคน

สาเหตุสำคัญคือการหลีกหนีจากความยากจนและค่าแรงในประเทศที่ต่ำ ค่าแรงแม่บ้านขั้นต่ำในมะนิลาอยู่ที่เดือนละ 50 ดอลลาร์ แต่ในต่างประเทศสูงถึงเดือนละ 40–550 ดอลลาร์ ความต่างของค่าแรงนี้จูงใจให้คนฟิลิปปินส์หางานทำในต่างแดน และใช้วิธีส่งเงินกลับบ้าน

ผู้ชายจะถูกคาดหวังให้หาเลี้ยงลูกเมีย ส่วนผู้หญิงถูกคาดหวังให้หาเลี้ยงพ่อแม่ งานที่ผู้หญิงทำมากที่สุดคือการเป็นคนทำความสะอาดในบ้าน เป็นแม่บ้าน หรือคนรับใช้ ซึ่งในฟิลิปปินส์เองก็มีสถาบันที่สอนการเป็นแม่บ้านในต่างแดนโดยเฉพาะ

ปัจจุบัน คนรับใช้ที่มีสภาพกึ่งทาส ไม่ได้รับเงินเดือนเลยแบบโลล่ามีไม่มากนัก เพราะฟิลิปปินส์เองก็พยายามออกกฎหมายคุ้มครองค่าแรงขั้นต่ำแรงงานต่างแดน แต่แม่บ้านฟิลิปปินส์ก็ยังถือว่าเป็นแรงงานกลุ่มที่เสี่ยงอันตรายที่สุด เพราะต้องอยู่ร่วมชายคากับนายจ้าง มีแนวโน้มถูกกดขี่สูง ต้องทำงานหนัก ชั่วโมงทำงานยาวนาน และมีกรณีแม่บ้านถูกฆ่า ถูกทำร้าย ข่มขืน หายตัว อยู่เป็นระยะ

นอกจากนี้ แม่บ้านจำนวนมากเผชิญกับปัญหาท้องไม่พร้อม ติดโรค เมื่อต้องใช้ชีวิตยังต่างแดน โดยไม่มีความรู้ด้านการคุมกำเนิด การมาทำงานต่างประเทศตั้งแต่อายุน้อยๆ ทำให้พวกเธอไม่มีความรู้เรื่องเพศมากนัก และอุปสรรคทางภาษา วัฒนธรรมก็ปิดกั้นข้อมูลการเข้าถึงอุปกรณ์คุมกำเนิด

ลอว์เรนซ์ คาสติล เอ็นจีโอจากองค์กร Migrante International ที่ให้ความช่วยเหลือแม่บ้านต่างแดนบอกว่าตั้งแต่ยุค 70 ที่คนเริ่มไปทำงานต่างแดน แล้วส่งเงินเป็นกอบเป็นกำกลับบ้าน รัฐบาลก็ดำเนินนโยบายสนับสนุนส่งออกแรงงานมาตลอด จนกระทั่งทุกวันนี้ เงินส่งกลับจากคนทำงานต่างแดนมีมูลค่ามากถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ ต่อปี คิดเป็นกว่าร้อยละ 15 ของจีดีพีประเทศ

แต่รัฐบาลสนับสนุนไม่สุด ลอว์เรนซ์บอกว่าชาวฟิลิปปินส์ดีอกดีใจที่มีเงินส่งกลับมาบำรุงประเทศ แต่พอเกิดปัญหากับคนทำงานต่างแดน กลับไม่มีใครมาสนใจ เมื่อมีแม่บ้านตาย หายตัว หรือมีคดีความต่างๆ  แทบจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ

บทความ My Family’s Slave บอกว่าโลล่าเสียชีวิตในปี 2011 ในวัย 86 ปี ก่อนหน้านั้นเธอได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด และพบว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ญาติพี่น้องแก่ชราหรือล้มหายตายจากไปหมด เธอไม่คุ้นกับฟิลิปปินส์ที่เคยรู้จักเมื่อยังเล็ก 

ชาวฟิลิปปินส์บอกว่าแม่บ้านหรือคนรับใช้ในบ้านเหมือนแม่คนที่สอง นั่นอาจเป็นเรื่องจริง เพราะอเล็กซ์กับพี่น้องรักและเอาใจใส่โลล่าในช่วงบั้นปลายชีวิตของเธอมาก แต่สิ่งที่โลล่า รวมถึงแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์คนอื่นที่ต้องทำงานต่างแดนเป็นระยะเวลานานๆ ต้องเสียไปคือความห่างเหินจากบ้านเกิด และการพลัดพรากจากครอบครัวของตัวเอง