อเมริกาแก้ไขแนวทางสนับสนุนโครงการเอดส์
คนทำงานด้านเอดส์คงคุ้นเคยกับ “PEPFAR” หรือ The U.S. President‘s Emergency Plan for AIDS Relief เป็นอย่างดี เพราะเป็นนโยบายของสหรัฐอเมริกาในการให้ทุนสนับสนุนการป้องกันเอชไอวี/เอดส์ในประเทศกำลังพัฒนา โดยมีแนวทางการป้องกันเอชไอวีเป็นกรอบในการพิจารณาให้ทุน แนวทางเดิมสมัยรัฐบาลจอร์จ บุช ให้ความสำคัญกับการโน้มน้าวกลุ่มเป้าหมายไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน และมีคู่คนเดียว การแจกถุงยางอนามัยแก่เยาวชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเท่านั้น และไม่ให้ความสำคัญกับถุงอนามัยผู้หญิง โครงการที่จะได้รับทุนจึงต้องอยู่ในกรอบนี้เท่านั้น
ต่อมา รัฐบาลโอบามาได้แก้ไขแนวทางนั้นเสียใหม่ โดยมีผลงานวิจัยสนับสนุน และเผยแพร่ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แนวทางที่ต่างไปจากเดิมมี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
- ระบุถึงความสำคัญของถุงอนามัยผู้หญิงว่าเป็นเครื่องมือที่เสริมสร้างพลังแก่ผู้หญิง (empowerment tool) และอ้างงานวิจัยที่พิสูจน์ว่าถุงอนามัยผู้หญิงมีประสิทธิภาพในการป้องกันเอชไอวีในระดับเดียวกับถุงยางอนามัยชาย และงานวิจัยยังระบุว่า มีความต้องการใช้ถุงอนามัยผู้หญิงอยู่มาก และถ้ามีการรณรงค์ถุงอนามัยผู้หญิง ทั้งในกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายจะทำให้กลุ่มเป้าหมายมีเพศสัมพันธ์อย่างป้องกันมากขึ้น
- ไม่โน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมายงดเว้นการมีเซ็กส์ และไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุในการแจกถุงยางอนามัย
- ท่าทีต่อพฤติกรรมทางเพศของเยาวชนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เน้นบริการที่เป็นมิตรกับเยาวชน ให้ความรู้ที่รอบด้าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และความจำเป็นในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ และต้องจัดการกับอุปสรรคที่ทำให้เยาวชนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้
- ให้ความสำคัญกับกลุ่มชายขอบ โดยระบุถึงแนวทางป้องกันที่รอบด้านครอบคลุมสำหรับกลุ่มนี้
แปลสรุปจากรายงานข่าวจาก Center for Health and Gender Equity (CHANGE) วันที่ 13 กันยายน 2554 อ่านเอกสาร Guidance for the Prevention of Sexually Transmitted HIV Infection (ภาษาอังกฤษ) ฉบับเต็มได้ที่ http://www.pepfar.gov/documents/organization/171303.pdf

