199 ปี เส้นทางกฎหมายทำแท้งไทย



 ปี พ.ศ. 2347
รัชกาลที่ 1

กฎหมายตราสามดวง

การทำแท้งไม่ผิดกฎหมาย

ระบุถึงการทำแท้งใน 2 บท คือ
  1. บทพระอัยการลักษณะผัวเมีย ที่เกี่ยวกับการฆ่าเด็กในครรภ์มารดา แต่ไม่บัญญัติความผิดฐานทำให้แท้งลูก และไม่เอาผิดผู้หญิงที่ทำให้ตนเองแท้งลูก
  2. หมวดพระอัยการทาส แบ่งอายุครรภ์ออกเป็น 2 ช่วง คือ 3 เดือนแรก และเลย 3 เดือนไปแล้ว  
ผู้หญิงไทยจึงมีสิทธิตัดสินใจทำแท้งได้เองมานานถึง 104 ปี
 

 ปี พ.ศ. 2451
รัชกาลที่ 5

กฎหมายลักษณะอาญา รศ. 127
ประกาศใช้เมื่อ 1 มิถุนายน 2451

การทำแท้งถือว่าผิดกฎหมายในทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น

ไทยยกเลิกกฎหมายลักษณะผัวเมีย และใช้กฎหมายลักษณะอาญาแทน นำแนวคิดมาจากกฎหมายเยอรมัน โดยบัญญัติความผิดฐานทำให้แท้งลูกไว้ใน มาตรา 260-264 ห้ามการทำแท้ง โดยไม่มีข้อยกเว้น
ผู้หญิงไม่มีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งท้องของตัวเอง
  

  ปี พ.ศ. 2500
รัชกาลที่ 9

ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2500
ประกาศใช้เมื่อ 1 มกราคม 2500

การทำแท้งยังผิดกฎหมาย แต่มีข้อยกเว้นบางกรณี

ระบุความผิดฐานทำให้แท้งลูกไว้ในมาตรา 301-305
ม. 301-305  ระบุอัตราโทษของการทำแท้ง ไม่ว่าผู้หญิงจะทำแท้งด้วยตัวเองหรือยินยอมให้ผู้อื่นทำให้ ถ้าการทำแท้งนั้นทำให้หญิงเป็นอันตรายหรือเสียชีวิตจะมีโทษหนักขึ้น ถ้าผู้หญิงไม่ยินยอม ผู้ทำก็ต้องรับโทษหนักขึ้น ยิ่งถ้าผู้หญิงเสียชีวิตก็จะต้องรับโทษสูงสุด จำคุก 5-20 ปี ปรับ 10,000-40,000 บาท ม. 304 ระบุว่าถ้าการทำแท้งไม่สำเร็จ ผู้ทำไม่ต้องรับโทษ ไม่ว่าการทำแท้งนั้นผู้หญิงจะยินยอมหรือไม่ ม. 305 ระบุข้อยกเว้นที่ให้ผู้หญิงทำแท้งได้ คือ ทำโดยแพทย์ ผู้หญิงยินยอม และถ้าการตั้งท้องนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหญิง หรือเป็นผลจากการกระทำความผิดอาญาตามมาตรา 276 - 277,282-284
แม้กฎหมายจะมีข้อยกเว้นให้ แต่แพทย์ส่วนหนึ่งก็ไม่ยอมทำแท้งให้ แม้จะเข้าเงื่อนไขนี้ ผู้หญิงหลายคนรอจนคลอด บางคนทำแท้งเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น บางคนใช้บริการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย
  

 ปี พ.ศ. 2548
รัชกาลที่ 9

ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2548

การทำแท้งยังคงผิดกฎหมาย แต่มีข้อยกเว้นมากขึ้น

เป็นแนวปฏิบัติของแพทย์ที่กำหนดขั้นตอนอย่างละเอียด และระบุไว้ว่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์และได้ทำตามข้อบังคับนี้ถือว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายอาญา มาตรา 305
      ข้อยกเว้นที่เพิ่มเข้ามา คือ
  1. ถ้าหญิงนั้นมีปัญหาสุขภาพจิต และมีแพทย์ที่ไม่ได้เป็นผู้ยุติการตั้งครรภ์ให้อย่างน้อย 1 คน รับรองตามขั้นตอนและเงื่อนไข
  2. ถ้าหญิงนั้นมีความเครียดเนื่องจากพบว่าทารกในครรภ์พิการรุนแรง หรือเสี่ยงที่จะเป็นโรคพันธุกรรมรุนแรง ซึ่งสูตินรีแพทย์ หรือแพทย์ด้านเวชพันธุศาสตร์ได้ตรวจรับรองแล้ว
แพทย์ส่วนหนึ่งก็ยังไม่ยอมรับแนวปฏิบัติทางวิชาชีพของตน มักปฏิเสธการทำแท้ง แม้จะเข้าเกณฑ์ข้อบังคับนี้ ส่วนตำรวจก็ยิ่งไม่ยอมรับแนวปฏิบัติของแพทย์ แม้จะมีสถานภาพเทียบเท่ากฎหมาย
  

  

แหล่งข้อมูล

  1. กนกวรรณ ธราวรรณ. 2545. บันทึกประสบการณ์ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม. กรุงเทพ : มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง.
  2. ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2548 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 118 ง วันที่ 15 ธันวาคม 2548 หน้า 7
  3. ถึงเวลาต้องป้องกันและแก้ไขปัญหาทำแท้งเถื่อนให้ได้ผล ในสุขภาพคนไทย 2551. กรุงเทพ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
AttachmentSize
law02.pdf82.08 KB

จดหมายข่าว สคส.

ปฏิทินกิจกรรม

  • No upcoming events available