บทความ / ข่าว

เฟมินิสต์ออนไลน์
27/01/2017 13:30

เรื่อง: พงศธร สโรจธนาวุฒิ - ตีพิมพ์ในเนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 27 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2560

ภาพ: www.freepik.com

ในปี 2005 รีเบคคา กอมเพิร์ต สูตินรีแพทย์จากเนเธอร์แลนด์ก่อตั้งเว็บ Women on Web เพื่อรับคำร้องและให้บริการส่งยาทำแท้งปลอดภัยแก่ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมและมีความต้องการยุติการตั้งครรภ์ ถือว่าเป็นครั้งแรกๆ ที่การเคลื่อนไหวด้านสุขภาพผู้หญิงใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสาร

ปัจจุบัน เครือข่ายออนไลน์ขยายใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของสังคมออนไลน์ที่เชื่อมผู้คนทั่วทั้งโลกเข้าหากัน และออนไลน์ก็เป็นช่องทางการสื่อสารของนักกิจกรรมรุ่นใหม่ที่สนใจด้านเฟมินิสต์ หรือสิทธิผู้หญิงด้วยเช่นกัน

เมลิสสา ฮัดสัน แกนนำเยาวชนในสหรัฐฯ เผยกับนิตยสารทีนโว๊กว่าเธอมีความสนใจเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ LGBT และการล่วงละเมิดทางเพศมาเป็นทุนเดิม แต่ไม่คิดจะเป็นนักกิจกรรม เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร จนกระทั่งมีเว็บไซต์ Tumblr.com เกิดขึ้น เธอเลยเข้าไปสมัครเป็นสมาชิก และโพสต์เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของตัวเอง ปรากฎว่ามีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าว MSNBC ของสหรัฐฯ กล่าวว่าโซเชียลมีเดียช่วยให้ความสนใจด้านสิทธิของผู้หญิงถูกกระจายออกไปให้สังคมรับรู้ ในอดีต เฟมินิสต์มักมีภาพลักษณ์ที่ดู “ไม่ดี” เช่น การรวมตัวประท้วงและใช้กำลัง ทำให้ไม่มีคนสนใจประเด็นเคลื่อนไหวและมองพวกเฟมินิสต์ในแง่ลบ แต่ว่าการใช้โซเชียลมีเดีย ช่วยให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักกิจกรรมเข้าใจประเด็นผู้หญิงมากขึ้น

MSNBC เรียกแฮชแท็ก (#) ซึ่งเป็นตัวกรองข้อมูลชุดเดียวกันในโซเชียลมีเดียว่าเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของการสื่อสาร เพราะทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง และที่ผ่านมาก็เคยมีแฮชแท็กเพื่อเรียกร้องเรื่องต่างๆ มากมาย เช่น #BringBackOurGirls ซึ่งเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเด็กหญิงชาวไนจีเรียมากกว่า 200 คนที่ถูกกลุ่มโบโกฮารามลักพาตัวไปเมื่อปี 2014

นอกจากนี้โซเชียลมีเดียยังใช้เป็นเครื่องมือประท้วงได้ ในสหรัฐฯ มีกรณีประท้วงบริษัทผลิตเสื้อรายหนึ่งที่ทำการตีพิมพ์ข้อความสกรีนบนเสื้อยืดเด็กหญิงว่า “ฉันเก่งชอปปิ้ง ดูหนัง เต้นรำ แต่ไม่เก่งเลข” ซึ่งสร้างความไม่พอใจในหมู่อเมริกันชนเพราะเป็นการดูถูกเด็กผู้หญิง ทำให้มวลชนเข้าไปประท้วงด้วยการถล่มหน้าเฟซบุ๊คของบริษัทผลิตเสื้อจนต้องออกมากล่าวขอโทษ

ปัจจุบันมีเฟมินิสต์ทั่วโลกใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสื่อสารในรูปแบบแคมเปญที่แตกต่างกันไป เช่นในอินเดียซึ่งมีปัญหาข่มขืน ก็มีโครงการ Fearless Collective หรือการสร้างศิลปะเพื่อรณรงค์หยุดข่มขืน ในที่สาธารณะ เช่น ภาพริมผนัง ภาพถ่าย หนังสั้น และนำมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลให้คนตื่นตัว

ส่วนที่เลบานอนก็มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ผู้หญิงมีหนี้ รายได้ไม่พอเพราะถูกเลือกปฏิบัติในการทำงาน และไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียงด้านทรัพย์สิน ก็มีกลุ่มนักกิจกรรมทำเว็บไซต์n Fe-Male เป็นตลาดออนไลน์ให้คนมาซื้อของที่ผู้หญิงเหล่านี้ทำมาขาย 

วิคตอเรีย สโนว์ นักกิจกรรมรุ่นใหม่ผู้ก่อตั้ง Tumblr ในชื่อ Feminish ระบุว่าเฟมินิสต์รุ่นเก่าไม่ค่อยเข้าใจว่าเด็กรุ่นใหม่กำลังทำอะไร มองแค่ว่าเด็กๆ เหล่านี้ชอบนั่งหน้าคอมหรือจอมือถือ แต่ความจริงเด็กๆ เหล่านี้กำลังเปลี่ยนโลกในรูปแบบของตนเองอยู่

กระนั้น ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง อย่างกรณี #BringBackOurGirls ที่มีการรีทวีตในทวิตเตอร์มากถึง 6 ล้านครั้ง ก็ไม่ได้ช่วยให้กลุ่มโบโกฮารามปล่อยตัวเด็กที่ถูกลักพาไปแต่อย่างใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่องทางการสื่อสารออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ในการจุดประกายความตื่นตัวให้สังคม และเปิดโอกาสให้ผู้ประสบปัญหาส่งเสียงเรียกร้องได้