บทความ / ข่าว

เรื่องเพศผิดๆ จาก ‘นิทานเด็ก’
03/02/2017 13:15

เรื่อง: พงศธร สโรจธนาวุฒิ  - ตีพิมพ์ในเนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2560

ภาพ: www.freepik.com

การอ่านหนังสือให้ลูกฟังถือเป็นเรื่องดี เพราะช่วยปลูกฟังนิสัยรักการอ่านให้กับลูกตั้งแต่ในชั้นปฐมวัย เพิ่มพัฒนาการสมองด้านการอ่าน-เขียนให้แก่เด็ก รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพ่อแม่และเด็กอีกด้วย

หนังสือที่เด็กในวัยนี้อ่านคงหนีไม่พ้นหนังสือนิทาน ซึ่งช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้เด็กได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้นิทานหลายๆ เรื่องก็สอนอะไรบางอย่าง เช่น เรื่องหนูน้อยหมวกแดง สอนว่าไม่ควรคุยกับคนแปลกหน้า เป็นต้น

แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเห็นตรงกันว่า หนังสือนิทานเด็กจำนวนมากปลูกฟังค่านิยมบางอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องเพศ ซึ่งเด็กจะค่อยๆ ซึมซับแบบไม่รู้ตัว และมีหนังสือนิทานจำนวนมากที่แบ่งออกเป็นหนังสือสำหรับ “เด็กผู้ชาย” และหนังสือสำหรับ “เด็กผู้หญิง”

แจนิซ แมคเคบ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจาก Florida State University เผยแพร่งานวิจัยที่ลงข่าวในหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยนว่า หนังสือนิทานเด็กในปัจจุบันยังคงกำหนดบทบาททางเพศแบบเดิมๆ ให้แก่เด็กๆ ได้แก่ การที่ผู้ชายต้องเป็นผู้นำ ผู้หญิงเป็นเพียงผู้ตาม

หนังสือที่จั่วหัวว่า นิทานสำหรับเด็กผู้ชายมักมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัย การใช้กำลัง และมักใช้ตัวละครเช่น หุ่นยนต์ ไดโนเสาร์ โจรสลัด เป็นตัวเดินเรื่อง และตัวละครชายมักมีบทบาทเป็นผู้นำมากกว่าตัวละครหญิง

ขณะที่ฝั่งนิทานสำหรับเด็กหญิง ก็มักมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับความรัก ครอบครัว และใช้ตัวละครเดินเรื่องเป็นเจ้าหญิง นางฟ้า ผีเสื้อ หรือสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารัก นิทานประเภทนี้ที่เรามักคุ้นชินมากที่สุดคือเทพนิยายต่างๆ ที่นำไปสร้างเป็นหนังการ์ตูนของบริษัทวอล์ท ดิสนีย์ ไม่จะเป็นเจ้าหญิงนิทรา สโนไวท์ ซินเดอเรลล่า ฯลฯ ที่ใช้ตัวละครหลักเป็นเพศหญิงเป็นตัวเดินเรื่อง

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนทำหนังสือเด็กและนักสตรีนิยม ว่าเจ้าหญิงดิสนีย์เหล่านี้เป็นตัวการหล่อหลอม “วัฒนธรรมเจ้าหญิง” และสร้างบทบาททางเพศแก่เด็กผู้หญิง เจ้าหญิงดิสนีย์ยุคแรกๆ อย่างซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงนิทรา สโนไวท์ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงอ่อนแอ ต้องมีเจ้าชายมาช่วยจึงจะทำให้ชีวิตตัวเองมีความสุข ทำให้ยุคต่อมาดิสนีย์ต้องสร้างเจ้าหญิงที่ดูเข้มแข็งมากขึ้น เช่น มู่หลาน หรือเอลซ่าในเรื่อง Frozen

มีคนท้วงติงอีกว่า เจ้าหญิงดิสนีย์เหล่านี้สร้างความเชื่อในรูปร่างที่ผิดๆ แก่เด็กผู้หญิง เจ้าหญิงดิสนีย์ส่วนใหญ่ มีตาโต เอวบาง ผอมเพรียว ซึ่งเด็กๆ อาจจะเลียนแบบ เพราะอยากสวยน่ารักเหมือนเจ้าหญิง

นอกจากนี้ การแบ่งประเภทนิทานเด็กเป็นนิทานสำหรับ “เด็กผู้ชาย” และนิทานสำหรับ “เด็กผู้หญิง” ก็ดูเป็นการปิดกั้นจินตนาการและไม่สนับสนุนเด็กๆ ที่มีความสนใจหลากหลาย ทำให้เด็กที่ชอบอ่านนิทานของเพศตรงข้ามอาจรู้สึกเสียความมั่นใจจากการถูกล้อ

ด้วยเหตุนี้ในประเทศอังกฤษจึงมีโครงการ Let Book Be Books โดยรณรงค์ให้บริษัทหนังสือเด็กทั่วประเทศ เลิกตีพิมพ์คำว่า “สำหรับเด็กชาย” และ “สำหรับเด็กหญิง” ในหนังสือทุกเล่ม เพราะเห็นว่าเด็กๆ ควรมีสิทธิในการเลือกหนังสือตามความสนใจของตนเองโดยไม่แบ่งแยกเพศ

ขณะเดียวกัน การอ่านนิทานให้เด็กฟังเพียงอย่างเดียวก็คงไม่พอ โครงการ Let Book Be Books ระบุอีกว่าคุณครู พ่อแม่หรือคนที่อ่านหนังสือกับควรตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ และสร้างมุมมองใหม่ๆ กับนิทานเด็กให้แก่เด็กๆ เช่นถามว่าถ้าหนูน้อยหมวกแดงเป็นผู้ชายจะถูกหมาป่าจับกินไหม เป็นต้น จะช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ถึงบทบาททางเพศที่ซ่อนไว้ในนิทานเด็กเหล่านี้ได้