บทความ / ข่าว

รัสเซีย: ลดโทษ "ซ้อมเมียแค่เสียค่าปรับ"
17/02/2017 11:51

เรื่อง: พงศธร สโรจธนาวุฒิ  - ตีพิมพ์ในเนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2560

ภาพ: www.freepik.com

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวถูกยกพูดขึ้นมากและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานี้ หลายประเทศใช้วิธีการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษ และสร้างช่องทางช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาซึ่งโดยมากมักเป็นผู้หญิงที่โดนสามีทำร้าย ในรัสเซียก็มีการแก้กฎหมายความรุนแรงในบ้านเช่นกัน แต่แก้ในทางตรงกันข้ามกับที่อื่น

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สภาดูมา หรือรัฐสภาของรัสเซียออกกฎหมายความรุนแรงทางเพศใหม่ โดย “ลดโทษ” ให้เบาลง จากเดิมที่มีการจำคุก เหลือเพียงการเสียค่าปรับราว 30,000 รูเบิล (18,000 บาท) ในกรณีที่เป็นเหตุครั้งแรก และเป็นการซ้อมเมียที่ไม่ใช่การข่มขืน หรือทำอันตรายถึงชีวิต

อันเดรย์ ซิเนลนิคอฟ ผู้อำนวยการศูนย์ Anna Centre ศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความรุนแรง เชื่อว่ากฎหมายใหม่จะทำให้ภรรยาถูกสามีซ้อมมากขึ้น เพราะกฎหมายกำหนดว่าการใช้ความรุนแรงซ้ำ จะต้องเกิดขึ้นภายใน 1 ปีหลังจากครั้งแรกเกิดขึ้น ดังนั้นหมายความว่าผู้ชายจะซ้อมเมียและเสียค่าปรับได้ปีละครั้ง

รัสเซียเป็นประเทศที่มีความรุนแรงในบ้านเกิดขึ้นบ่อย ทุกปีจะมีผู้หญิงเสียชีวิตราว 10,000 คนจากการถูกคนในบ้านทำร้าย ถ้าดูสถิติอาชญากรรมทั้งหมดจะพบว่าอาชญากรรมมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นในครัวเรือน และผู้ถูกทำร้ายมักไม่แจ้งความ

นักวิชาการเชี่อว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักของเหตุความรุนแรงในครอบครัว คนรัสเซียกินเหล้าเก่งและนิยมดื่มในทุกโอกาส แต่อีกหลายคนก็เชื่อว่าวัฒนธรรมซ้อมเมียของรัสเซียมีมาแต่ดั้งเดิมจนฝังเป็นรากลึกจนถึงทุกวันนี้

เอเลน่า โปโปว่า เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกสามีซ้อม บอกว่าในรัสเซียมีคำพูดเก่าแก่ว่า “ถ้าเขาซ้อมคุณแปลว่าเขารักคุณ” วัฒนธรรมเก่าแก่นี้ย้อนกลับไปถึงสมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งศาสนจักรและผู้ปกครองรัฐยุคนั้นได้ตีพิมพ์หนังสือ “Domostroy” ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติของครอบครัวและสังคมของรัสเซีย

ในหนังสือมีบทที่กล่าวถึงการลงโทษลูกไว้ว่า “จงตีด้วยไม้เท้า อย่าให้ตายแต่ต้องช่วยชำระจิตใจที่สกปรกออกไป เขาจะแข็งแรงขึ้น” และการซ้อมเมียว่า “ห้ามทำร้ายด้วยไม้ ห้ามตีหน้าและหน้าอก และห้ามเตะ” และให้คุณค่ากับพ่อซึ่งเป็นผู้นำครอบครัวไว้สูง ว่าต้องปกครองคนในครอบครัวด้วยอำนาจและความรักไปพร้อมๆ กัน

ผู้ที่สนับสนุนกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวฉบับใหม่คือกลุ่มคริสตจักรออโธดอกซ์รัสเซีย กลุ่มนักการเมืองสายอนุรักษนิยม และคนรุ่นเก่า ซึ่งมองว่าพ่อแม่ไม่ควรติดคุกถ้าทำโทษลูกเพียงเล็กๆ น้อย สามีไม่ควรต้องโทษถ้าไม่ทำเหตุเกินเลย และ “เรื่องในบ้านเป็นเรื่องของคนในครอบครัว คนอื่นไม่เกี่ยว”

เอเลน่า โปโปว่าบอกว่า มีคนแจ้งศูนย์หรือตำรวจให้เข้าไปช่วยเหลือครอบครัวเพื่อนบ้านที่มีเหตุปะทะกันรุนแรงเสียงดัง แต่ก็ถูกฝ่ายภรรยา ซึ่งหน้าฟกช้ำดำเขียวไล่ตะเพิดออกจากบ้านด้วยข้ออ้างว่า “เรื่องผัวเมีย คนอื่นอย่ามายุ่ง” ทำให้ตำรวจไม่อยากจะเข้าไปจัดการ นอกจากเกิดเหตุฆาตกรรม

เดอะอีโคโนมิสต์วิเคราะห์ว่า “เรื่องของผัวเมีย คนอื่นอย่ามายุ่ง” นี้เกิดขึ้นเพราะรัสเซียเคยเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ พื้นที่ส่วนตัวในครอบครัวก็ถูกรัฐบาลควบคุม เมื่อประเทศกลายเป็นประชาธิปไตยแล้ว คนรัสเซียจึงหวงแหนพื้นที่ภายในบ้านมากๆ
ดูๆ ไปแล้ว “เรื่องของผัวเมีย คนอื่นอย่ายุ่ง” มีส่วนคล้ายคลึงกับปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ซึ่งหลายฝ่ายให้ความสนใจและพยายามหาทางแก้ไขอยู่จนถึงทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน